ในการฝึกลีลาศจะต้องคำนึงถึงทักษะเบื้องต้นของการลีลาศเป็นอันดับแรกและจะต้องปฏิบัติให้ถูกต้องฝึกหัดจนเกิดความชำนาญ หากละเลยถึงหลักและทักษะเบื้องต้นจะทำให้ผู้ฝึกลีลาศขาดความก้าวหน้าและ ไม่มีศิลปะของการลีลาศอย่างแท้จริงทักษะเบื้องต้นของการฝึกลีลาศเพื่อให้เกิดความชำนาญ มีดังนี้
องค์ประกอบที่สำคัญในการลีลาศได้แก่ ความรู้ในเรื่องจังหวะของดนตรี ซึ่งถือว่ามีความสำคัญมากสำหรับผู้ฝึกหัดลีลาศใหม่ ๆ ถ้าไม่สามารถเข้าใจจังหวะดนตรี หรือฟังจังหวะดนตรีไม่ออกจะทำให้การฝึกลีลาศเป็นไปด้วยความยากลำบาก นอกจากนี้ยังทำให้ไม่สามารถลีลาศไปตามจังหวะได้ ซึ่งนักลีลาศเรียกกันว่า “ ค่อมจังหวะ”
ดนตรี(Music) มีความสำคัญมากในการลีลาศ เพราะเป็นเครื่องกำหนดการให้จังหวะ ซึ่งจะมีเสียงหนัก เสียงเบา มีวรรคตอน มีความเร็วช้าของช่วงจังหวะของเพลงที่แน่นอน ถ้าจังหวะดนตรีไม่ดีการลีลาศก็ไม่ดีตามไปด้วย จังหวะดนตรีนั้นเปรียบเสมือนเป็นหัวใจสำคัญของเพลง
โครงสร้างของดนตรี
ประกอบด้วย
1. จังหวะ (beat) หมายถึง เสียงที่เกิดขึ้นและตกบนตัวโน้ตทุกตัว หรือหมู่ของเสียงที่ทำให้เกิดจังหวะขึ้นในห้องเพลง โดยปกติจะตกบนตัวโน้ตตัวแรกของห้องเพลง เช่น จังหวะ 2/4 จังหวะ 3/4 หรือจังหวะ 4/4
2. เสียงเน้น (Accent) หมายถึง เสียงที่เคาะลงบนจังหวะ จะได้ยินชัดเจนมากกว่าเสียงเคาะในห้องเพลง โดยปกติจะตกบนตัวโน้ตตัวแรกของห้องเพลง
3. ห้องเพลง (bar) หมายถึง กลุ่มของจังหวะที่ประกอบกันขึ้นเป็นช่วงหรือตอน ปกติจะอยู่ระหว่างเสียงเน้นเสียงหนึ่งกับเสียงเน้นอีกเสียงหนึ่ง
4. ความเร็ว (Tempo) หมายถึง อัตราความเร็วของดนตรีที่บรรเลงโดยใช้เวลาเป็นตัวกำหนด เช่น ใน 1 นาทีจะบรรเลงกี่ห้องเพลง การหัดฟังจังหวะดนตรีควรเลือกฟังจากดนตรีที่มีเสียงชัดเจน ฟังง่าย ถ้าเป็นดนตรีจังหวะ 2/4 จะได้ยินเสียงเคาะลงบนจังหวะ 2 จังหวะใน 1 ห้องเพลง เสียงที่ได้ยินแต่ละครั้งใน 1 ห้องเพลงนั้น จะมีเสียงหนึ่งเป็นเสียงหนักและอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงเบาต่อเนื่องกันไปทุก ๆ ห้องเพลง การฝึกนับจังหวะจะนับ 1 – 2 , 1 – 2 , 1 – 2 ………… ไปเรื่อย ๆ จนจบเพลง
ทิศทางในการลีลาศ(Line of Dance)
เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าทิศทางทวนเข็มนาฬิกา (Counter Clockwise) เป็นทิศทางของการลีลาศซึ่งถือเป็นสากล ดังนั้นในการลีลาศจะต้องลีลาศไปในทิศทางทวนเข็มนาฬิกา ทั้งนี้เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย ทั้งเป็นการป้องกันมิให้ลีลาศไปชนกับคู่อื่น ทิศทางนี้เรียกว่า “แนวลีลาศ” (Line of Dance) ซึ่งนิยมเรียกกันด้วยคำย่อว่า L.O.D.
การเคลื่อนไหวเท้า หมายถึง การใช้ส่วนของเท้าสัมผัสกับพื้นในแต่ละก้าว (Step) การเคลื่อนไหวเท้ามีประโยชน์ที่จะนำมาปฏิบัติเป็นความรู้เบื้องต้น เกี่ยวกับการวางเท้าให้ถูกต้องในแต่ละก้าว คำที่ใช้เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวเท้า มีดังนี้
1. ส้นเท้า (Hell) หมายถึง ให้ส่วนของส้นเท้าสัมผัสพื้นก่อน
2. ปลายเท้า (Toe) หมายถึง ให้ส่วนของโคนนิ้วเท้าถึงปลายนิ้วเท้า สัมผัสพื้นก่อน
3. จุดหมุนของเท้า (ball of Foot) หมายถึง ให้ส่วนของฝ่าเท้าถึงโคนนิ้วเท้าสัมผัสพื้นก่อน
4. ฝ่าเท้า (Whole Foot) หมายถึง ให้ทุกส่วนของเท้าสัมผัสพื้นก่อน
การจัดทรวดทรง: ยืนตัวตรงปล่อยเข่าตามสบายแต่อย่าให้งอ วางลำตัวเอนไปข้างหลังเล็กน้อยจนน้ำหนักตัวอยู่บนส้นเท้าทั้งสองข้าง การทำเช่นนี้จะไม่ช่วยในการทรงตัวแต่ทำให้มองดูแล้วสง่างาม พยายามอย่าเอนลำตัวไปข้างหลังมากเกินไป เพราะจะทำให้เกิดส่วนโค้งที่ไม่สวยงามของหลังขึ้น ถึงแม้ว่าผู้หญิงจะเอนลำตัวไปข้างหลัง แต่ก็ต้องออกแรงต้านการเคลื่อนที่ไปข้างหน้าของผู้ชายไว้บ้างเล็กน้อย ซึ่งไม่ใช่แรงต้านทั้งตัวแต่จะใช้ส่วนล่างของร่างกายตรงสะโพก มิฉะนั้น จะเป็นการขัดขวางการเคลื่อนที่ไปข้างหน้าของผู้ชาย และทำให้ยากต่อการก้าวเท้าออกนอกคู่ ผู้หญิงไม่ควรเอนลำตัวมาข้างหน้า หรือทิ้งน้ำหนักตัวมาข้างหน้าในขณะที่กำลังเดินถอยหลัง เพราะจะทำให้ผู้ชายมีแรงต้านบริเวณหน้าอก และรู้สึกลำบากในการนำผู้หญิง ทั้งยังทำให้ผู้ชายรู้สึกว่าผู้หญิงตัวหนักอีกด้วย การจัดทรวดทรงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก แต่ถ้าได้พยายามฝึกการควบคุมการใช้กล้ามเนื้อขาทั้งสองข้างให้สามารถลดส้นเท้าลงเมื่อเร่งจังหวะในการลีลาศ ก็อาจทำให้สามารถจัดทรวดทรงได้ง่ายขึ้น
การเดินไปข้างหน้าของผู้ชาย (The Forward Walk Gentlemen) การจัดทรวดทรง : ยืนตัวตรงหย่อนเข่าเล็กน้อยแต่ไม่ถึงกับย่อเข่า ลำตัวตั้งแต่เท้าถึงศรีษะเอนไปข้างหน้าจนรู้สึกว่าน้ำหนักตัวอยู่ที่ปลายเท้า แต่ส้นเท้าไม่ลอยพ้นพื้น ในการเอนลำตัวไปข้างหน้านั้น พยายามรักษาลำตัวตั้งแต่สะโพกขึ้นไปให้อยู่ในลักษณะตั้งตรง เมื่ออยู่ในท่าลักษณะดังกล่าวแสดงว่าพร้อมที่จะก้าวเดิน
การเดินถอยหลังของผู้หญิง(The backward Walk Lady) การจัดทรวดทรง: ยืนตัวตรงปล่อยเข่าตามสบายแต่อย่าให้งอ วางลำตัวเอนไปข้างหลังเล็กน้อยจนน้ำหนักตัวอยู่บนส้นเท้าทั้งสองข้าง การทำเช่นนี้จะไม่ช่วยในการทรงตัวแต่ทำให้มองดูแล้วสง่างาม พยายามอย่าเอนลำตัวไปข้างหลังมากเกินไป เพราะจะทำให้เกิดส่วนโค้งที่ไม่สวยงามของหลังขึ้น ถึงแม้ว่าผู้หญิงจะเอนลำตัวไปข้างหลัง แต่ก็ต้องออกแรงต้านการเคลื่อนที่ไปข้างหน้าของผู้ชายไว้บ้างเล็กน้อย ซึ่งไม่ใช่แรงต้านทั้งตัวแต่จะใช้ส่วนล่างของร่างกายตรงสะโพก มิฉะนั้น จะเป็นการขัดขวางการเคลื่อนที่ไปข้างหน้าของผู้ชาย และทำให้ยากต่อการก้าวเท้าออกนอกคู่ (Outside Partner) ผู้หญิงไม่ควรเอนลำตัวมาข้างหน้า หรือทิ้งน้ำหนักตัวมาข้างหน้าในขณะที่กำลังเดินถอยหลัง เพราะจะทำให้ผู้ชายมีแรงต้านบริเวณหน้าอก และรู้สึกลำบากในการนำผู้หญิง ทั้งยังทำให้ผู้ชายรู้สึกว่าผู้หญิงตัวหนักอีกด้วย การจัดทรวดทรงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก แต่ถ้าได้พยายามฝึกการควบคุมการใช้กล้ามเนื้อขาทั้งสองข้างให้สามารถลดส้นเท้าลงเมื่อเร่งจังหวะในการลีลาศ ก็อาจทำให้สามารถจัดทรวดทรงได้ง่ายขึ้น
การเคลื่นไหวขาและเท้า : ผู้หญิงจะเริ่มต้นเดินถอยหลังด้วยเท้าขวาก่อน เริ่มด้วยการถ่ายน้ำหนักตัวไปอยู่บนเท้าซ้าย ถอยเท้าขวาไปข้างหลังโดยเคลื่อนออกจากสะโพก เมื่อถอยเท้าขวาผ่านเท้าซ้าย ปลายเท้าซ้ายจะค่อย ๆ ยกขึ้นพ้นพื้น เมื่อถอยเท้าขวาออกไปเต็มที่ปลายเท้าขวาและส้นเท้าซ้ายจะสัมผัสพื้นพร้อมกัน ลำตัวยังคงเคลื่อนที่ไปข้างหลัง ลดส้นเท้าขวาลงบนพื้น ถ่ายน้ำหนักตัวมาอยู่บนเท้าขวา เท้าซ้ายถอยตามเท้าขวาไปข้างหลัง (ถอยด้วยส้นเท้า) เมื่อเท้าซ้ายถอยมาอยู่ระดับเดียวกับเท้าขวา ปลายเท้าซ้ายจึงจะสัมผัสพื้น สำหรับการเดินถอยหลังด้วยเท้าซ้าย ให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับการเดินถอยหลังด้วยเท้าขวา การถ่ายน้ำหนักตัวในขณะที่เดินถอยหลังจากตำแหน่งที่อยู่กับที่ น้ำหนักตัวจะอยู่บนส้นเท้าก่อนเริ่มเดินถอยหลัง เมื่อก้าวเท้าเดินถอยหลังน้ำหนักตัวจะอยู่บนเท้าที่ไม่ได้ก้าว และเมื่อถอยเท้าไปข้างหลังเต็มที่แล้วน้ำหนักตัวจะอยู่ระหว่างส้นเท้าหน้ากับปลายเท้าหลัง แล้วค่อย ๆ ถ่ายน้ำหนักตัวไปอยู่บนเท้าหลัง
การเดินไปข้างหน้าของผู้หญิง(The Forward Walk Lady) ถึงแม้ว่าการก้าวขาและเท้าของผู้หญิง จะเหมือนกับการเดินไปข้างหน้าของผู้ชาย แต่ผู้หญิงจะต้องไม่เอนลำตัวไปข้างหน้า ในการที่จะช่วยให้ผู้ชายเดินถอยหลังได้สะดวกขึ้นนั้น ผู้หญิงจะต้องดันลำตัวไปข้างหน้าขณะที่ก้าวเท้าเดิน แต่จะต้องไม่ทำให้ผู้ชายเสียการทรงตัว สำหรับผู้ชายยังคงเป็นผู้นำในการเคลื่อนที่ไปข้างหน้าหรือถอยหลังอยู่เช่นเดิม การเดินถอยหลังของผู้ชาย (Thebackward Walk Gentleman) โดยปกติแล้ว ผู้ชายมักจะไม่ค่อยเดินถอยหลัง ยกเว้นจังหวะสโลว์ฟอกซ์ทรอท (Slow Fox-trot) ถึงแม้ว่าการก้าวเท้าเดินถอยหลังของผู้ชาย จะมีลักษณะการก้าวขาและเท้าเหมือนกับการเดินถอยหลังของผู้หญิงก็ตาม แต่ผู้ชายต้องรักษาทรวดทรงให้เหมือนกับการเดินไปข้างหน้าอยู่เสมอ อนึ่งในการฝึกเดินลีลาศ หากเป็นการฝึกเดินเพียงลำพัง ส่วนใหญ่จะเก็บมือโดยการท้าวเอวหรือเก็บมือแบบ C.b.M. คือ คว่ำฝ่ามือทั้งสองข้างวางทับกันในระดับอกและกางศอกทั้งสองข้างขนานกับพื้น วิธีนี้นิยมนำมาใช้ในการฝึกลีลาศประเภทบอลรูม (ballroom Dancing) แต่ในขณะที่ลีลาศกับคู่นั้น หากมือข้างใดไม่ได้ใช้หรือไม่ได้จับคู่ลีลาศ ก็จะมีตำแหน่งของการวางแขน (Arm Position) โดยนำมาจากท่าลีลาศของบัลเล่ย์ การจะวางแขนในลักษณะใดขึ้นอยู่กับรูปแบบของการลีลาศในลวดลายนั้น ๆ
ข้อควรระวัง:
1. จากท่ายืนอยู่กับที่ เมื่อจะเคลื่อนที่จะต้องให้รู้สึกว่าลำตัวเคลื่อนที่ไปก่อนเท้า
2. ไม่ลากเท้าไปกับพื้น ให้ยกปลายเท้าขึ้นขณะเคลื่อนเท้าถอยไปข้างหลัง เข่าหย่อนและผ่อนคลายตามธรรมชาติตลอดการเดิน ขาเหยียดตรงเมื่อก้าวเท้าถอยหลังไปเต็มที่แล้ว แต่ไม่ เกร็งเข่า
3. ข้อเท้าและหลังเท้าปล่อยตามสบาย
4. เท้าทั้งสองข้างเหยียดตรง ยกปลายเท้า ส้นเท้า และข้างเท้าด้านในผ่านซึ่งกันและกันทุกครั้งที่ก้าวเดิน
องค์ประกอบที่สำคัญในการลีลาศได้แก่ ความรู้ในเรื่องจังหวะของดนตรี ซึ่งถือว่ามีความสำคัญมากสำหรับผู้ฝึกหัดลีลาศใหม่ ๆ ถ้าไม่สามารถเข้าใจจังหวะดนตรี หรือฟังจังหวะดนตรีไม่ออกจะทำให้การฝึกลีลาศเป็นไปด้วยความยากลำบาก นอกจากนี้ยังทำให้ไม่สามารถลีลาศไปตามจังหวะได้ ซึ่งนักลีลาศเรียกกันว่า “ ค่อมจังหวะ”
ดนตรี(Music) มีความสำคัญมากในการลีลาศ เพราะเป็นเครื่องกำหนดการให้จังหวะ ซึ่งจะมีเสียงหนัก เสียงเบา มีวรรคตอน มีความเร็วช้าของช่วงจังหวะของเพลงที่แน่นอน ถ้าจังหวะดนตรีไม่ดีการลีลาศก็ไม่ดีตามไปด้วย จังหวะดนตรีนั้นเปรียบเสมือนเป็นหัวใจสำคัญของเพลง
โครงสร้างของดนตรี
ประกอบด้วย
1. จังหวะ (beat) หมายถึง เสียงที่เกิดขึ้นและตกบนตัวโน้ตทุกตัว หรือหมู่ของเสียงที่ทำให้เกิดจังหวะขึ้นในห้องเพลง โดยปกติจะตกบนตัวโน้ตตัวแรกของห้องเพลง เช่น จังหวะ 2/4 จังหวะ 3/4 หรือจังหวะ 4/4
2. เสียงเน้น (Accent) หมายถึง เสียงที่เคาะลงบนจังหวะ จะได้ยินชัดเจนมากกว่าเสียงเคาะในห้องเพลง โดยปกติจะตกบนตัวโน้ตตัวแรกของห้องเพลง
3. ห้องเพลง (bar) หมายถึง กลุ่มของจังหวะที่ประกอบกันขึ้นเป็นช่วงหรือตอน ปกติจะอยู่ระหว่างเสียงเน้นเสียงหนึ่งกับเสียงเน้นอีกเสียงหนึ่ง
4. ความเร็ว (Tempo) หมายถึง อัตราความเร็วของดนตรีที่บรรเลงโดยใช้เวลาเป็นตัวกำหนด เช่น ใน 1 นาทีจะบรรเลงกี่ห้องเพลง การหัดฟังจังหวะดนตรีควรเลือกฟังจากดนตรีที่มีเสียงชัดเจน ฟังง่าย ถ้าเป็นดนตรีจังหวะ 2/4 จะได้ยินเสียงเคาะลงบนจังหวะ 2 จังหวะใน 1 ห้องเพลง เสียงที่ได้ยินแต่ละครั้งใน 1 ห้องเพลงนั้น จะมีเสียงหนึ่งเป็นเสียงหนักและอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงเบาต่อเนื่องกันไปทุก ๆ ห้องเพลง การฝึกนับจังหวะจะนับ 1 – 2 , 1 – 2 , 1 – 2 ………… ไปเรื่อย ๆ จนจบเพลง
ทิศทางในการลีลาศ(Line of Dance)
เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าทิศทางทวนเข็มนาฬิกา (Counter Clockwise) เป็นทิศทางของการลีลาศซึ่งถือเป็นสากล ดังนั้นในการลีลาศจะต้องลีลาศไปในทิศทางทวนเข็มนาฬิกา ทั้งนี้เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย ทั้งเป็นการป้องกันมิให้ลีลาศไปชนกับคู่อื่น ทิศทางนี้เรียกว่า “แนวลีลาศ” (Line of Dance) ซึ่งนิยมเรียกกันด้วยคำย่อว่า L.O.D.
การเคลื่อนไหวเท้า หมายถึง การใช้ส่วนของเท้าสัมผัสกับพื้นในแต่ละก้าว (Step) การเคลื่อนไหวเท้ามีประโยชน์ที่จะนำมาปฏิบัติเป็นความรู้เบื้องต้น เกี่ยวกับการวางเท้าให้ถูกต้องในแต่ละก้าว คำที่ใช้เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวเท้า มีดังนี้
1. ส้นเท้า (Hell) หมายถึง ให้ส่วนของส้นเท้าสัมผัสพื้นก่อน
2. ปลายเท้า (Toe) หมายถึง ให้ส่วนของโคนนิ้วเท้าถึงปลายนิ้วเท้า สัมผัสพื้นก่อน
3. จุดหมุนของเท้า (ball of Foot) หมายถึง ให้ส่วนของฝ่าเท้าถึงโคนนิ้วเท้าสัมผัสพื้นก่อน
4. ฝ่าเท้า (Whole Foot) หมายถึง ให้ทุกส่วนของเท้าสัมผัสพื้นก่อน
การจัดทรวดทรง: ยืนตัวตรงปล่อยเข่าตามสบายแต่อย่าให้งอ วางลำตัวเอนไปข้างหลังเล็กน้อยจนน้ำหนักตัวอยู่บนส้นเท้าทั้งสองข้าง การทำเช่นนี้จะไม่ช่วยในการทรงตัวแต่ทำให้มองดูแล้วสง่างาม พยายามอย่าเอนลำตัวไปข้างหลังมากเกินไป เพราะจะทำให้เกิดส่วนโค้งที่ไม่สวยงามของหลังขึ้น ถึงแม้ว่าผู้หญิงจะเอนลำตัวไปข้างหลัง แต่ก็ต้องออกแรงต้านการเคลื่อนที่ไปข้างหน้าของผู้ชายไว้บ้างเล็กน้อย ซึ่งไม่ใช่แรงต้านทั้งตัวแต่จะใช้ส่วนล่างของร่างกายตรงสะโพก มิฉะนั้น จะเป็นการขัดขวางการเคลื่อนที่ไปข้างหน้าของผู้ชาย และทำให้ยากต่อการก้าวเท้าออกนอกคู่ ผู้หญิงไม่ควรเอนลำตัวมาข้างหน้า หรือทิ้งน้ำหนักตัวมาข้างหน้าในขณะที่กำลังเดินถอยหลัง เพราะจะทำให้ผู้ชายมีแรงต้านบริเวณหน้าอก และรู้สึกลำบากในการนำผู้หญิง ทั้งยังทำให้ผู้ชายรู้สึกว่าผู้หญิงตัวหนักอีกด้วย การจัดทรวดทรงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก แต่ถ้าได้พยายามฝึกการควบคุมการใช้กล้ามเนื้อขาทั้งสองข้างให้สามารถลดส้นเท้าลงเมื่อเร่งจังหวะในการลีลาศ ก็อาจทำให้สามารถจัดทรวดทรงได้ง่ายขึ้น
การเดินไปข้างหน้าของผู้ชาย (The Forward Walk Gentlemen) การจัดทรวดทรง : ยืนตัวตรงหย่อนเข่าเล็กน้อยแต่ไม่ถึงกับย่อเข่า ลำตัวตั้งแต่เท้าถึงศรีษะเอนไปข้างหน้าจนรู้สึกว่าน้ำหนักตัวอยู่ที่ปลายเท้า แต่ส้นเท้าไม่ลอยพ้นพื้น ในการเอนลำตัวไปข้างหน้านั้น พยายามรักษาลำตัวตั้งแต่สะโพกขึ้นไปให้อยู่ในลักษณะตั้งตรง เมื่ออยู่ในท่าลักษณะดังกล่าวแสดงว่าพร้อมที่จะก้าวเดิน
การเดินถอยหลังของผู้หญิง(The backward Walk Lady) การจัดทรวดทรง: ยืนตัวตรงปล่อยเข่าตามสบายแต่อย่าให้งอ วางลำตัวเอนไปข้างหลังเล็กน้อยจนน้ำหนักตัวอยู่บนส้นเท้าทั้งสองข้าง การทำเช่นนี้จะไม่ช่วยในการทรงตัวแต่ทำให้มองดูแล้วสง่างาม พยายามอย่าเอนลำตัวไปข้างหลังมากเกินไป เพราะจะทำให้เกิดส่วนโค้งที่ไม่สวยงามของหลังขึ้น ถึงแม้ว่าผู้หญิงจะเอนลำตัวไปข้างหลัง แต่ก็ต้องออกแรงต้านการเคลื่อนที่ไปข้างหน้าของผู้ชายไว้บ้างเล็กน้อย ซึ่งไม่ใช่แรงต้านทั้งตัวแต่จะใช้ส่วนล่างของร่างกายตรงสะโพก มิฉะนั้น จะเป็นการขัดขวางการเคลื่อนที่ไปข้างหน้าของผู้ชาย และทำให้ยากต่อการก้าวเท้าออกนอกคู่ (Outside Partner) ผู้หญิงไม่ควรเอนลำตัวมาข้างหน้า หรือทิ้งน้ำหนักตัวมาข้างหน้าในขณะที่กำลังเดินถอยหลัง เพราะจะทำให้ผู้ชายมีแรงต้านบริเวณหน้าอก และรู้สึกลำบากในการนำผู้หญิง ทั้งยังทำให้ผู้ชายรู้สึกว่าผู้หญิงตัวหนักอีกด้วย การจัดทรวดทรงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก แต่ถ้าได้พยายามฝึกการควบคุมการใช้กล้ามเนื้อขาทั้งสองข้างให้สามารถลดส้นเท้าลงเมื่อเร่งจังหวะในการลีลาศ ก็อาจทำให้สามารถจัดทรวดทรงได้ง่ายขึ้น
การเคลื่นไหวขาและเท้า : ผู้หญิงจะเริ่มต้นเดินถอยหลังด้วยเท้าขวาก่อน เริ่มด้วยการถ่ายน้ำหนักตัวไปอยู่บนเท้าซ้าย ถอยเท้าขวาไปข้างหลังโดยเคลื่อนออกจากสะโพก เมื่อถอยเท้าขวาผ่านเท้าซ้าย ปลายเท้าซ้ายจะค่อย ๆ ยกขึ้นพ้นพื้น เมื่อถอยเท้าขวาออกไปเต็มที่ปลายเท้าขวาและส้นเท้าซ้ายจะสัมผัสพื้นพร้อมกัน ลำตัวยังคงเคลื่อนที่ไปข้างหลัง ลดส้นเท้าขวาลงบนพื้น ถ่ายน้ำหนักตัวมาอยู่บนเท้าขวา เท้าซ้ายถอยตามเท้าขวาไปข้างหลัง (ถอยด้วยส้นเท้า) เมื่อเท้าซ้ายถอยมาอยู่ระดับเดียวกับเท้าขวา ปลายเท้าซ้ายจึงจะสัมผัสพื้น สำหรับการเดินถอยหลังด้วยเท้าซ้าย ให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับการเดินถอยหลังด้วยเท้าขวา การถ่ายน้ำหนักตัวในขณะที่เดินถอยหลังจากตำแหน่งที่อยู่กับที่ น้ำหนักตัวจะอยู่บนส้นเท้าก่อนเริ่มเดินถอยหลัง เมื่อก้าวเท้าเดินถอยหลังน้ำหนักตัวจะอยู่บนเท้าที่ไม่ได้ก้าว และเมื่อถอยเท้าไปข้างหลังเต็มที่แล้วน้ำหนักตัวจะอยู่ระหว่างส้นเท้าหน้ากับปลายเท้าหลัง แล้วค่อย ๆ ถ่ายน้ำหนักตัวไปอยู่บนเท้าหลัง
การเดินไปข้างหน้าของผู้หญิง(The Forward Walk Lady) ถึงแม้ว่าการก้าวขาและเท้าของผู้หญิง จะเหมือนกับการเดินไปข้างหน้าของผู้ชาย แต่ผู้หญิงจะต้องไม่เอนลำตัวไปข้างหน้า ในการที่จะช่วยให้ผู้ชายเดินถอยหลังได้สะดวกขึ้นนั้น ผู้หญิงจะต้องดันลำตัวไปข้างหน้าขณะที่ก้าวเท้าเดิน แต่จะต้องไม่ทำให้ผู้ชายเสียการทรงตัว สำหรับผู้ชายยังคงเป็นผู้นำในการเคลื่อนที่ไปข้างหน้าหรือถอยหลังอยู่เช่นเดิม การเดินถอยหลังของผู้ชาย (Thebackward Walk Gentleman) โดยปกติแล้ว ผู้ชายมักจะไม่ค่อยเดินถอยหลัง ยกเว้นจังหวะสโลว์ฟอกซ์ทรอท (Slow Fox-trot) ถึงแม้ว่าการก้าวเท้าเดินถอยหลังของผู้ชาย จะมีลักษณะการก้าวขาและเท้าเหมือนกับการเดินถอยหลังของผู้หญิงก็ตาม แต่ผู้ชายต้องรักษาทรวดทรงให้เหมือนกับการเดินไปข้างหน้าอยู่เสมอ อนึ่งในการฝึกเดินลีลาศ หากเป็นการฝึกเดินเพียงลำพัง ส่วนใหญ่จะเก็บมือโดยการท้าวเอวหรือเก็บมือแบบ C.b.M. คือ คว่ำฝ่ามือทั้งสองข้างวางทับกันในระดับอกและกางศอกทั้งสองข้างขนานกับพื้น วิธีนี้นิยมนำมาใช้ในการฝึกลีลาศประเภทบอลรูม (ballroom Dancing) แต่ในขณะที่ลีลาศกับคู่นั้น หากมือข้างใดไม่ได้ใช้หรือไม่ได้จับคู่ลีลาศ ก็จะมีตำแหน่งของการวางแขน (Arm Position) โดยนำมาจากท่าลีลาศของบัลเล่ย์ การจะวางแขนในลักษณะใดขึ้นอยู่กับรูปแบบของการลีลาศในลวดลายนั้น ๆ
ข้อควรระวัง:
1. จากท่ายืนอยู่กับที่ เมื่อจะเคลื่อนที่จะต้องให้รู้สึกว่าลำตัวเคลื่อนที่ไปก่อนเท้า
2. ไม่ลากเท้าไปกับพื้น ให้ยกปลายเท้าขึ้นขณะเคลื่อนเท้าถอยไปข้างหลัง เข่าหย่อนและผ่อนคลายตามธรรมชาติตลอดการเดิน ขาเหยียดตรงเมื่อก้าวเท้าถอยหลังไปเต็มที่แล้ว แต่ไม่ เกร็งเข่า
3. ข้อเท้าและหลังเท้าปล่อยตามสบาย
4. เท้าทั้งสองข้างเหยียดตรง ยกปลายเท้า ส้นเท้า และข้างเท้าด้านในผ่านซึ่งกันและกันทุกครั้งที่ก้าวเดิน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น